ประวัติความเป็นมา

 

ประวัติความเป็นมาตำบลขุนทอง

 

ตำบลขุนทองจัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๒ โดยแยกออกจากตำบลด่านช้างอำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา โดยชื่อตำบลขุนทองได้มาจากชื่อนายขุน นามสกุลทองดวง ซึ่งเป็นกำนันตำบลด่านช้าง (ประมาณปี พ.ศ.๒๕๐๐) ซึ่งเป็นกำนันมือปราบฝีมือดี ได้ร่วมกับทางราชการปราบปรามโจรผู้ร้ายที่มีชุกชุมจนราบคาบ และต่อมาได้ย้ายภูมิลำเนาจากบ้านเดิมคือบ้านหญ้าคา (ในตำบลขุนทองในปัจจุบัน) มาตั้งหมู่บ้านใหม่บริเวณทางสี่แยกและชาวบ้านได้ตั้งชื่อหมู่บ้านใหม่นี้เพื่อเป็นเกียรติแก่นายขุน ทองดวง ว่าบ้านขุนทอง ต่อมาได้รับการยกฐานะจากสภาตำบลขุนทองเป็นองค์องค์การบริหารส่วนตำบลขุนทอง ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.๒๕๓๙ ฉบับกฤษฎีกา เล่มที่ ๑๑๑ ตอนที่ ๕๒ ก. ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา และตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ โดยมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๓๙ โดยมี นายธงชัย หงษ์พรม ที่ดำรงตำแหน่งกำนันในขณะนั้นเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคนแรก และแบ่งการปกครองออกเป็น ๑๒ หมู่บ้าน ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาตำบลโดยการสร้างโอกาสสร้างงานสร้างอาชีพให้คนภายในตำบล เพื่อให้มีรายได้เพิ่มในกิจกรรมต่างๆที่หน่วยงานท้องถิ่นจัดขึ้น เน้นการกระตุ้นทางด้านจิตใจคือการรักใคร่นับถือกัน มีความสามัคคีและไว้วางใจ และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือร่วมใจอย่างดีในการพัฒนาตนเองเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยการเข้ารับการอบรมอาชีพตามความถนัดและสนใจ จนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างภาคภูมิ ซึ่งเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ  สังคมและการศึกษาวัฒนธรรม ของชุมชนไปพร้อมกันด้วย ตำบลขุนทองมีแนวคิดที่จะรักษาวิถีชีวิต  ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น  ด้วยการสนับสนุนให้ชาวตำบลขุนทองใช้กิจกรรมทางวัฒนธรรม  ไม่ว่าจะเป็นงานประเพณีสงกรานต์  ประเพณีทอดเทียนโฮมประเพณี ทูลขวัญข้าวสู่ขวัญควาย เป็นต้น  ประเพณีเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องมือยึดเหนี่ยวทางค่านิยมและเอกลักษณ์ของต้นเกิดจิตสำนึกของความเป็นไทยและภาคภูมิใจในค่านิยมไทย ซึ่งชาวตำบลขุนทองก็ได้เกิดความรัก ความร่วมมือ และหวงแหนวิถีชีวิตตามวิถีไทยให้คงไว้ พร้อมที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้กับชุมชนสังคม

ตำบลขุนทองจัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๒ โดยแยกออกจากตำบลด่านช้างอำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา โดยชื่อตำบลขุนทองได้มาจากชื่อนายขุน นามสกุลทองดวง ซึ่งเป็นกำนันตำบลด่านช้าง (ประมาณปี พ.ศ.๒๕๐๐) ซึ่งเป็นกำนันมือปราบฝีมือดี ได้ร่วมกับทางราชการปราบปรามโจรผู้ร้ายที่มีชุกชุมจนราบคาบ และต่อมาได้ย้ายภูมิลำเนาจากบ้านเดิมคือบ้านหญ้าคา (ในตำบลขุนทองในปัจจุบัน) มาตั้งหมู่บ้านใหม่บริเวณทางสี่แยกและชาวบ้านได้ตั้งชื่อหมู่บ้านใหม่นี้เพื่อเป็นเกียรติแก่นายขุน ทองดวง ว่าบ้านขุนทอง ต่อมาได้รับการยกฐานะจากสภาตำบลขุนทองเป็นองค์องค์การบริหารส่วนตำบลขุนทอง ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.๒๕๓๙ ฉบับกฤษฎีกา เล่มที่ ๑๑๑ ตอนที่ ๕๒ ก. ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา และตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ โดยมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๓๙ โดยมี นายธงชัย หงษ์พรม ที่ดำรงตำแหน่งกำนันในขณะนั้นเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคนแรก และแบ่งการปกครองออกเป็น ๑๒ หมู่บ้าน ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาตำบลโดยการสร้างโอกาสสร้างงานสร้างอาชีพให้คนภายในตำบล เพื่อให้มีรายได้เพิ่มในกิจกรรมต่างๆที่หน่วยงานท้องถิ่นจัดขึ้น เน้นการกระตุ้นทางด้านจิตใจคือการรักใคร่นับถือกัน มีความสามัคคีและไว้วางใจ และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือร่วมใจอย่างดีในการพัฒนาตนเองเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยการเข้ารับการอบรมอาชีพตามความถนัดและสนใจ จนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างภาคภูมิ ซึ่งเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ  สังคมและการศึกษาวัฒนธรรม ของชุมชนไปพร้อมกันด้วย ตำบลขุนทองมีแนวคิดที่จะรักษาวิถีชีวิต  ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น  ด้วยการสนับสนุนให้ชาวตำบลขุนทองใช้กิจกรรมทางวัฒนธรรม  ไม่ว่าจะเป็นงานประเพณีสงกรานต์  ประเพณีทอดเทียนโฮมประเพณี ทูลขวัญข้าวสู่ขวัญควาย เป็นต้น  ประเพณีเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องมือยึดเหนี่ยวทางค่านิยมและเอกลักษณ์ของต้นเกิดจิตสำนึกของความเป็นไทยและภาคภูมิใจในค่านิยมไทย ซึ่งชาวตำบลขุนทองก็ได้เกิดความรัก ความร่วมมือ และหวงแหนวิถีชีวิตตามวิถีไทยให้คงไว้ พร้อมที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้กับชุมชนสังคม